THA  ENG   JPN
หน้าหลัก > เสียงจากผู้บริจาคทุนEDF > สัมภาษณ์พิเศษ "ดีเจพี่อ้อย" นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล กับการช่วยเหลือน้องๆใน3จังหวัดชายแดนใต้
สัมภาษณ์พิเศษ "ดีเจพี่อ้อย" นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล กับการช่วยเหลือน้องๆใน3จังหวัดชายแดนใต้
"การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ บางทีเราบอกว่าเราให้ทุนทรัพย์ นั่นคือส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต แต่การให้การศึกษา คือการให้อาวุธ ให้เด็กได้ดูแลตัวเอง ให้เขาปกป้องตัวเองได้ และให้เขาสามารถใช้ความรู้นั้นเป็นพลังให้กับชาติต่อไป"

สัมภาษณ์พิเศษ ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล
กับกิจกรรม Green Fan Club: Super Star Charity Night เพื่อช่วยเหลือน้องๆใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้


มูลนิธิ EDF ร่วมกับ กลุ่มผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ริเริ่มโครงการ "ใต้ฟ้าเดียวกัน" ขึ้นในปี 2549 โดยเพื่อช่วยเหลือเยียวยาจิตใจและให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบ และสูญเสียพ่อแม่และครอบครัวจากเหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีน้องๆที่ต้องกำพร้าพ่อแม่จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในระดับระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ได้รับทุนการศึกษาจากผู้ร่วมบริจากสมทบทุนโครงการทั้งสิ้น 58 คน

สำหรับในปีนี้ คลื่นวิทยุ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม โดย บริษัท เอไทม์ มีเดีย จำกัด ได้เล็งเห็น ความสำคัญ ของการช่วยเหลือเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรม Green Fan Club: Super Star Charity Night ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา เพื่อส่งต่อความปรารถนาดีและความห่วงใยไปยังเด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้บริจาคเงินรายได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แก่โครงการใต้ฟ้าเดียวกันเป็นเงินจำนวน 405,889.87 บาท

EDF ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณนภาพร ไตรวิทย์วารีกุล หรือ ดีเจพี่อ้อย ถึงที่มาของการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ต และ นโยบายเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของคลื่นวิทยุ Green Wave และ ความสำคัญของการศึกษาสำหรับเด็กและเยาชนด้อยโอกาสในปัจจุบันนี้

EDF: เหตุใด Green Wave จึงเลือกที่จะจัดกิจกรรมเพื่อโครงการ "ใต้ฟ้าเดียวกัน"
ดีเจพี่อ้อย:
Green Wave มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้ให้มาโดยตลอด และพยายามที่จะกระจายความช่วยเหลือไปให้ได้ในทุกมุมของสังคม และแน่ใจว่าคนไทยทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน คือ ไม่ค่อยสบายใจกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ อย่างไรก็ตามก็เป็นบ้านเรา ต่อให้มีคนหลายๆ คนที่มีความรู้สึกว่ากลัว ก็ไม่ต้องลงทางใต้ก็แล้วกัน แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนั้นก็เป็นพี่น้องเราเหมือนกัน บางทีเราออกไปข้างนอกบ้านและรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เราหนีกลับบ้าน แต่พี่น้อง ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บ้านเขาเองก็ยังรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย มันเป็นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเขาด้วย และเชื่อว่ามีคนเสียสละจำนวนมากมายอยู่ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นเหล่าทหาร ตำรวจ คุณครู หรือจะเป็นคนในอาชีพต่างๆ ที่อย่างไรเขาก็ไม่มีวันหนีจากบ้านเขา เขาจะอยู่ในบ้านของเขา

และพอโครงการนี้เกิดขึ้นก็เลยเห็นความสำคัญ คือรู้สึกว่าเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือน้องๆ หลายคนในโครงการใต้ฟ้าเดียวกัน น้องๆ พร้อมที่จะมีอนาคตที่ดีเพียงแต่ว่าไปอยู่ในที่ซึ่งมีคนใจร้าย ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตกลงเขาอยากได้อะไร แต่ทำให้คนในครอบครัวเขาเสียชีวิต แม่บางคนต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ บางคนสูนเสียคนในครอบครัวมากกว่า 1 คน สภาพจิตใจแย่แล้ว พลังของ Green Wave ที่ส่งในโครงการใต้ฟ้าเดียวกัน คือ พลังใจอีกส่วนหนึ่ง คือ พลังทุนทรัพย์ ที่อยากจะให้น้องๆ ในโครงการใต้ฟ้าเดียวกันมีอนาคตที่ดีต่อไป และอยากให้น้องๆ รับรู้ว่าพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นห่วงเป็นใยน้องๆ ไม่น้อยไปกว่าคนในพื้นที่เดียวกัน

EDF: Green Wave คิดอย่างไรกับการได้จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือน้องๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดีเจพี่อ้อย:
เรายังยืนยันในเจตนารมณ์ที่ว่า เราอยากกระจายความช่วยเหลือไปยังหลายๆ คน ไปยังหลายๆ ส่วน หลายๆ หน่วยงาน หลายๆ พื้นที่ที่ยังขาดแคลนอยู่ คือ Green Wave ให้ความสุขกับคนฟัง คนฟังมีความสุขกับเพลง มีความสุขกับคอนเสิร์ต และสิ่งที่ทำให้เราอิ่มใจมากขึ้น คือ รู้ว่าความสุขของเราสามารถแบ่งปันไปยังผู้อื่นได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นโครงการใต้ฟ้าเดียวกัน หรือจะเป็นโครงการใดๆ ก็ตาม ที่รู้สึกว่าอยากจะเข้ามาร่วมกันในการช่วยเหลือ Green Wave ก็คงจะมีโครงการต่อๆ ไป หรือแม้จะเป็นโครงการใต้ฟ้าเดียวกันในโครงการต่อไปด้วยซ้ำอย่างไรก็ตาม เรื่องของพลังใจและทุน ทรัพย์ เราต้องส่งไปอย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้ให้ครั้งเดียวจบ แล้วปัญหาหมดไป มันไม่ใช่ แต่เราสามารถที่จะทำได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่กระจายออกไปตามภาคส่วนต่างๆ ค่ะ

EDF: นโยบายเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของ Green Wave เป็นอย่างไรบ้าง
ดีเจพี่อ้อย:
ตอนนี้ก็มีอยู่หลายส่วน และอีกไม่นานก็จะมี Green Concert ซึ่ง Green Concert เป็นประเพณีของ Green Wave จะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง และในครั้งนี้ มีศิลปินชาย 7 คน ขึ้นเวทีเพื่อหารายได้ให้กับผู้หญิงหัวใจพิเศษ 7 คน ผู้หญิงหัวใจพิเศษบางคนก็อาจจะเป็นเสาหลักของบ้าน บางคนอาจจะเป็นเสาหลักของสังคม เสาหลักของครอบครัว เขาเสียสละแล้ว วันนี้เราช่วยเหลือเขา เพื่อที่จะบอกกับตัวเองว่า เราเห็นคุณค่าของเขาและเธอเหล่านั้น และครั้งนี้เราจะช่วยเหลือกัน และยังมีอีกหลายโครงการ เช่น โครงการปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ก็เป็นหนึ่งที่เราไม่เคยละทิ้ง เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่อยู่ร่วมกับเรามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมในด้านไหนก็ตาม คนก็เป็นสิ่งแวดล้อมส่วนหนึ่ง โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อมนุษย์ ซึ่งเราต้องอยู่อย่างธรรมชาติ อย่างกลมกลืนกันอยู่แล้วค่ะ

EDF: มุมมอง เรื่องการศึกษาของเด็กและเยาชนด้อยโอกาสในปัจจุบันนี้ คิดว่ามีความสำคัญอย่างไร
ดีเจพี่อ้อย:
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ บางทีเราบอกว่าเราให้ทุนทรัพย์ นั่นคือส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต แต่การให้การศึกษา คือการให้อาวุธ ให้เด็กได้ดูแลตัวเอง ให้เขาปกป้องตัวเองได้ และให้เขาสามารถใช้ความรู้นั้นเป็นพลังให้กับชาติต่อไป

เพราะฉะนั้น บางทีคำว่าการให้การช่วยเหลือ ช่วยเหลือแค่ทุนทรัพย์อย่างเดียวไม่พอ แต่ถ้าเป็นทุนทรัพย์ที่ช่วยเหลือไปยังการศึกษาของเด็ก เราจะให้เขาเป็นระยะยาว เงินจำนวนหนึ่งมันก็เป็นเงินจำนวนนั้น และเวลาเราให้การศึกษาเรานับค่าไม่ได้ ว่าสิ่งที่เด็กจะเอาไปทำต่อกับการได้การศึกษาของเขามันมีประโยชน์มาก มายมหาศาลแค่ไหน

EDF: อยากให้พี่อ้อยฝากถึงน้องๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดีเจพี่อ้อย:
ฝากถึงน้องๆ ว่า พี่ๆ ป้าๆ น้าอาทุกคน เราเป็นคนไทยเหมือนกัน เรารู้ถึงปัญหาที่น้องรับ เราเข้าใจถึงความสูญเสียที่น้องได้รับ แต่ไม่เป็นไรค่ะ อย่างไรก็ตาม เมื่ออะไรเกิดขึ้นแล้วเราต้องรับมือและต่อสู้กันต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ นะคะ ในวันนี้เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องใหญ่ มันจะค่อยๆ เล็กลง และเราสามารถตั้งสติรับมือได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องอาจจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงต่อความรู้สึก แต่ในวันนี้ เราต้องเอามันสิ่งนั้น สิ่งที่ทำให้เราเสียใจกลับมาเป็นพลังในการต่อสู้ต่อไป เรียนหนังสือนะคะ เรียนเพื่อเป็นพลังของครอบครัว วันหนึ่ง ใครจะรู้ว่าน้องๆ ที่ได้รับการศึกษาไป น้องนั่นแหละ อาจจะทำให้บ้านเมืองนี้สงบลงได้ แรงเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละคน เมื่อรวมกัน แรงมันก็ยิ่งใหญ่นะค่ะ

EDF: อยากให้พี่อ้อยกล่าวเชิญชวนบุคคลทั่วไป ร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กด้วยโอกาสในประเทศไทย
ดีเจพี่อ้อย:
ต้องถือว่าเรามีเจตนารมณ์เดียวกัน วันที่เรามีความสุข วันที่เราอาจจะไม่เหนื่อย และหวาดหวั่นเท่ากับน้องๆ ก็ต้องแอบคิดเหมือนกันว่า ลองแทนใจเขาใจเราสิว่า ถ้าเราเป็นน้องๆ ในพื้นที่ตรงนั้นละ เราจะมีความหวาดหวั่นแค่ไหน คนในครอบครัวเดินออกจากบ้านไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือเปล่า ถ้าวันนี้เราไม่ต้องหวาดหวั่นเท่าน้องๆ เราช่วยกันได้ไหม ส่งพลังให้เขา ส่งความช่วยเหลือไปให้เขา เพราะอย่างไรก็ตาม ในที่สุด เราก็อยู่บนผืนแผ่นดินไทยเดียวกันค่ะ
2011-06-06 | เสียงจากผู้บริจาคทุนEDF | เปิดอ่าน 6165

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร EDF

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
เลขที่ 50 อาคาร ส.มก. ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.(02)5799209 to 11 | Fax. (02)9405266 | Email. public@edfthai.org
Connect with EDF        
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255
ทุกการบริจาคผ่าน มูลนิธิฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามกฎหมาย
© 2011 EDF-Thailand