หนูพยายามช่วยน้าแบ่งเบาภาระในบ้าน เช่น กวาดบ้าน ล้างจาน ซักผ้า และหลังเลิกเรียน หนูไปรับจ้างขายผลไม้ที่ตลาดนัดช่วงเย็น ได้ค่าจ้างวันละ 50 บาท หนูภูมิใจมากที่หาเงินเองได้ เพราะทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน หนูเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต แต่เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา ย่าของหนูเสียชีวิตในวัย 88 ปี ตอนนี้ในบ้านจึงเหลือแค่หนูกับน้าแค่สองคน หนูไม่รู้เลยว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีน้า หนูจะอยู่ยังไงต่อไป
การเรียนคือโอกาสเดียวของหนู
ทุกวันหนูไปโรงเรียนด้วยรถรับส่ง เพราะมีโครงการให้ขึ้นรถฟรี โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 6 กิโลเมตร หนูได้เงินไปโรงเรียนวันละ 20-25 บาท แล้วแต่วันที่น้าหาเงินได้
วิชาที่หนูชอบที่สุดคือ ภาษาไทย เพราะคุณครูใจดี และสอนพวกหนูอย่างเข้าใจ หนูยังชอบกีฬา วอลเลย์บอล และเล่นกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนเสมอเมื่อมีโอกาส แต่หลังเลิกเรียนต้องไปทำงานจึงเล่นได้ไม่บ่อยนัก
หนูชอบเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น เพราะทำให้หนูเป็นคนที่เก่งขึ้น และได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมาย
ความฝันของหนู
หนูอยากเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย เพราะหนูมีคุณครูต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ การเป็นครูทำให้หนูสามารถสอนเด็ก ๆ ให้เป็นคนดีและมีความรู้ได้ หนูอยากกลับไปเป็นครูที่ โรงเรียนบ้านไอสะเตียร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของหนูตอนประถมศึกษา หนูรักคุณครูทุกคน เพราะถ้าไม่มีครู ก็ไม่มีหนูในวันนี้ ครูเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของหนู
เหตุผลที่หนูขอทุนการศึกษา
หนูไม่เคยได้รับทุนการศึกษามาก่อนเลย และเมื่อหนูเห็นครูแนะแนวประกาศทุนนี้ ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของหนู หนูจึงรีบสมัครทันที หากหนูได้รับทุน หนูจะตั้งใจเรียนให้มากกว่าเดิม หนูอยากนำเงินไปซื้ออุปกรณ์การเรียนดี ๆ ซื้อสีระบายสวย ๆ ที่เคยอยากได้ ซื้อวอลเลย์บอลไว้เล่นกับเพื่อน ๆ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านของน้า
ที่สำคัญที่สุด หนูจะเก็บออมไว้สำหรับเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้ความฝันของหนูเป็นจริง—การเป็นครูสอนภาษาไทย
ขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสกับหนูค่ะ
|