| |
คุณยุวดี ชันซื่อ กับการแบ่งปันให้น้องๆที่ด้อยโอกาสผ่านมูลนิธิEDF |
| |
|
"รู้สึกยินดีกับผู้บริจาคท่านอื่นที่มีความปรารถนาดีที่บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมร่วมกัน สำหรับผู้อื่นที่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือสังคมได้แต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไรดี ดิฉันคิดว่าการช่วยเหลือผ่านมูลนิธิเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าเราจะช่วยเหลือได้แต่ลำพังเราก็คงไม่สามารถไปทำเองได้ ดิฉันคิดว่าสำหรับการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกว่านั้นอยากจะให้เป็นหน้าที่เสียด้วยซ้ำไป สำหรับคนที่เกิดมาโชคดีกว่าคนอื่น ในเมื่อเรามีโอกาสดีๆมากกว่าแล้วเราก็ควรจะช่วยคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเราเท่าที่เราจะช่วยได้นะคะ" |
|
|
|
|
|
|
|
|
บทคุณยุวดี ชันซื่อ กับการแบ่งปันให้น้องๆที่ด้อยโอกาสผ่านมูลนิธิEDF |
|
1. หน้าที่การงานในปัจจุบัน
ตอนนี้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทวันผกา จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า ซึ่งผู้เช่ากว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ดำเนินกิจการนี้มาประมาณ 9 ปีแล้ว นอกจากนั้นยังถือหุ้นอยู่กับบริษัทอื่นอีกด้วย
2. รู้จักEDFได้อย่างไร
เมื่อตอนเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเคโอ ประเทศญี่ปุ่นนั้น ได้รู้จักกับคุณศักดา(คุณศักดานั้นปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของมูลนิธิฯ) ซึ่งเรียนอยู่มหาลัยเดียวกัน และได้สนิทสนมกันมา อีกทั้งพ่อของทั้งสองฝ่ายก็อยู่ในวงการการเมืองเหมือนกันด้วย และเมื่อได้ทราบว่าคุณศักดาได้มีความประสงค์จะก่อตั้งมูลนิธิฯก็เลยสนใจ และอยากจะให้การสนับสนุน
3. อยากทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมของมูลนิธิฯ
ดิฉันเชื่อว่าในส่วนของคนญี่ปุ่นนั้นคงให้ความไว้วางใจกับมูลนิธิฯอยู่มาก เพราะเป็นที่รู้จักกันดี แต่ในส่วนของประชาชนคนไทยเอง ก็อยากจะให้รับรู้ถึงกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาทางด้านการศึกษาของเยาวชนไทยเช่นนี้ อย่างเช่นเท่าที่ทราบมาว่า มีการจัดกิจกรรมนำผู้บริจาคพักและใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านของเด็กนักเรียนทุน และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างกันและกัน ดิฉันเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ดิฉันคิดว่าแม้แต่คนไทยด้วยกันเองก็อาจจะยังไม่รู้ถึงการใช้ชีวิตของคนในชนบท และขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีอยู่หลากหลาย ก็ถ้าเป็นไปได้อยากให้จัดกิจกรรมดีๆเช่นนี้กับผู้บริจาคชาวไทยบ้าง แล้วดิฉันก็จะส่งลูกๆหลานๆของดิฉันเข้าร่วมโครงการแน่นอนค่ะ
4. ความรู้สึกเกี่ยวกับเด็กนักเรียนทุนที่คุณยุวดีได้สนับสนุน
ในระยะแรกๆที่ได้ช่วยเหลือเด็กนักเรียนนั้น ก็จะได้รับรายงานของตัวนักเรียนพร้อมทั้งจดหมายของเด็กนักเรียน ตอนนั้นรู้สึกประทับใจมาก แต่ปัจจุบันอาจจะเป็นเพราะว่าระบบการศึกษาเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้ เด็กๆจึงต้องเรียนหนังสือมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยมีจดหมายที่เขียนมาคุยเล่นกับดิฉันเหมือนแต่ก่อน มีแต่เพียงรายงานผลของเด็กที่ให้เด็กเช็คเป็นข้อๆเท่านั้นซึ่งสำหรับคุณค่าทางจิตใจแล้วการเขียนจดหมายจะทำให้ตัวผู้บริจาคนั้นประทับใจมากกว่า ก็เลยอยากให้เด็กนักเรียนทุนเขียนจดหมายมาหาบ้าง ไม่ต้องบ่อยก็ได้ เรื่องเขียนมาขอบคุณนั้นไม่จำเป็น เพียงแค่เขียนมาเล่าชีวิตให้ฟังว่าเป็นอย่างไร โตขึ้นอยากทำอะไร หรืออาจจะส่งเป็นโปสการ์ดสักแผ่น หรือถ้าเด็กบางคนอาจจะเขียนจดหมายไม่เก่ง ก็อยากให้ทางมูลนิธิฯกำหนดหัวข้อในการเขียนจดหมายให้เด็กๆก็น่าจะทำให้เด็กเขียนง่ายขึ้น ซึ่งเท่านี้ดิฉันก็คิดว่าน่าจะมัดใจผู้บริจาคได้
5. ความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาของไทยในปัจจุบัน และโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย
ดิฉันเคยเจอเด็กต่างจังหวัดที่อ่านหนังสือไม่คล่อง แล้วอ่านภาษาหนังสือพิมพ์ไม่ได้อยู่หลายคน บางคนก็คิดเลขไม่เก่งเลย ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุมาจากการเรียนการสอนของโรงเรียน และการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ด้วย และยิ่งสมัยนี้หลักสูตรแบบเรียนต่างๆแตกต่างไปจากสมัยของดิฉันมาก ทำให้พ่อแม่ต้องปรับตัวให้ทันเหมือนกัน แต่ดิฉันว่าถ้าจะปรับปรุงระบบการศึกษาไทยทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นไปได้ยาก ดิฉันคิดว่าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงควรจะเริ่มที่ตัวคนที่เป็นครูเสียก่อน ครูไทยสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่มีความผูกพันกับเด็กนักเรียนประหนึ่งลูกหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนในวัยประถมและมัธยมศึกษาตอนต้นที่เป็นพื้นฐานของชีวิต ไม่อยากให้มุ่งเน้นถึงด้านความเป็นเลิศทางด้านวิชาการอย่างเดียว อยากให้เด็กได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตให้เป็น การรู้จักผิดชอบชั่วดี การใช้สติสัมปชัญญะ และการมีพื้นฐานจิตใจที่ดี ซึ่งเด็กสมัยนี้ค่อนข้างที่จะขาดตรงนี้อย่างมาก โดยเฉพาะเด็กในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ในจังหวัดต่างๆ
6. ข้อความที่ต้องการฝากถึงผู้บริจาคทุนท่านอื่นๆบ้างคะ
รู้สึกยินดีกับผู้บริจาคท่านอื่นที่มีความปรารถนาดีที่บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมร่วมกัน สำหรับผู้อื่นที่มีความสามารถที่จะช่วยเหลือสังคมได้แต่ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไรดี ดิฉันคิดว่าการช่วยเหลือผ่านมูลนิธิเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าเราจะช่วยเหลือได้แต่ลำพังเราก็คงไม่สามารถไปทำเองได้ ดิฉันคิดว่าสำหรับการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกว่านั้นอยากจะให้เป็นหน้าที่เสียด้วยซ้ำไป สำหรับคนที่เกิดมาโชคดีกว่าคนอื่น ในเมื่อเรามีโอกาสดีๆมากกว่าแล้วเราก็ควรจะช่วยคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเราเท่าที่เราจะช่วยได้นะคะ
|
|
|
|
|
2010-06-06 | เสียงจากผู้บริจาคทุน EDF | เปิดอ่าน 13305 |
|